วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รู้จักรถ 4wd เบื้องต้น


เพื่อนๆที่ชอบการเดินทาง สัมผัสธรรมชาติ และนิยมการใช้รถขับเคลื่อน4ล้อที่เรียกกันหลายแบบ เช่น 4WD 4X4 มันจะเรียกอะไรก็ช่างแต่ถ้ามันเป็นรถที่ใช้ในการขับเคลื่อน 4 ล้อเพื่อการเดินทางในถิ่นทุรกันดาร และมีเกียร์ขับ ปรับเปลี่ยนจาก 2ล้อหลังมาเป็น 4 ล้อก้ใช้ได้ครับ การใช้รถยนต์ ประเภทนี้มันจะมีการขับเคลื่อนหลายแบบ เช้นแบบ Full Time คือขับ4ล้อตลอดเวลา และแบบ Part Time ซึ่งจะสามารถเลือกใช้เมื่อมีความจำเป็น การใช้แบบ Full Time ไม่ค่อยจะมีปัญหามากนัก เพราะทางโรงงานผู้ผลิตออกแบบให้มันขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่ความเร็วเต็มพิกัด แต่มีข้อเสียก็คือมันเอาไปใช้หนักๆอย่างเพื่อนที่ออก Trip ขึ้นเขา ลงห้วย ลงเหวไม่ได้
ส่วนที่ขับเคลื่อน แบบ Part Time คือการเลือกใช้บางเวาลานั้น แยกออกได้อีก คือ ขับเคลื่อนแบบ 4 Low (Four Low) และ 4 Hi (Four High) ซึ่งทั้งสองแบบมีไว้ให้เพื่อเลือกในสถานะการณืที่ต่างกัน คือ
4 Hi ใช้สำหรับการใช้ความเร็วสูงที่ไม่เกิน 80 - 100 กม/ชม. ก้แบบประเภทไว้ใช้วิ่งเวลาฝนตกในถนนหลวง ที่ต้องการความมั่นใจในการเกาะถนน หรือเข้าไร่สวน ที่ทางขรุขระ บ้าง พอสนุกๆ
4Low ใช้สำหรับการขับเคลื่อนที่ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. คือทางทุรกันดาร เช่นทางที่ฅนอื่นไม่เข้าเราเข้า หรือไว้ใช้ในการไต่เนินสูงๆ ไม่ความชันไม่เกิน 30 องศา หรือต่ำกว่า สูงกว่า ในแต่ละสเปคของรถยนต์คันนั้นๆ อ่นดูจากคู่มือประจำรถได้นะจ๊ะ ว่ามุมกันชนหน้า กันชนหลังมันเท่าไร และจะรู้ได้ไงละว่ามันกี่องศา อันนี้ใช้มาตราวัดได้ 2 อย่างคือ
1.ใช้ มาตรวัดที่ทางผู้ผลิตใจดีติดให้มา (ส่วนมากไม่มี หาติดเอาเอง)
2.ประสพกึ๋น หรือความชำนาญว่าข้า.... เคยไต่มาแล้วประมาณนี้และ
คราวนี้เรามาดูเรื่อง เกียร์ว่าต้องใช้อยาสงไรจึงจะเหมาะสม ว่ากันในเรื่องเกี่ยร์ Auto เพราะเดี๋ยวนี้นักพจญภัยหลาย ฅนใช้นะบอกว่ามันสบายดี ข้าฯก็เห็นด้วยขอรับ แต่ข้อเสียก็มีข้อดีก็มี แล้วอย่างไหนละ๋
เออ!!!!!พอก่อนนะจ๊เมื่อยจ๊ะ เดี๋ยวว่างๆจะมาต่อใหม่ว่าใครมันดีกว่า



ขุนไกรมั่วเอง อ่านต่อกดจ๊ะ......

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การดูแลรักษารถเบื้องต้น


สำหรับผู้ใช้รถทุกท่าน การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการยืดอายุการใช้งาน รถของคุณ ปรกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ อาจจะสัปดาห์ละครั้งสำหรับการดูแลอย่างละเอียด แต่ถ้าเป็นไปได้ถ้าเราหมั่นดูแลรถของเราทุกวันก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในปัจจุบันถึงแม้จะมีศูนย์ให้บริการดูแลรักษารถตามสถานที่ต่างๆ ตรวจเช็คระยะตลอดทุกๆ 10,000 กิโลเมตร แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่ารถของคุณนั้นจะไม่เกิดปัญหาระหว่างทาง ทางที่ดีที่สุดคือความไม่ประมาท ควรจะหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นระยะๆ เมื่อเกิดปัญหาจะได้ไม่บานปลายจนต้องเสียเงินไปอีกหลายพันจนถึงเป็นหมื่นๆ บาท การดูแลรักษารถยนต์นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ยุ่งยากและเสียเวลามากเลย เรามีข้อควรปฏิบัติอย่างง่ายสำหรับการดูแลรักษารถยนต์ประจำวันของคุณมานำ เสนอครับ

ประการที่1
ที่จะต้องตรวจก็คือ ลมยาง ตรวจง่ายๆ ด้วยสายตาว่ามันแฟบอ่อนหรือเปล่า ดูทุกเส้นนะครับ เพระถ้าลมยางของแต่ละล้อไม่เท่ากันจะมีผลต่อการทรงตัวของรถ ทำให้เบรกปัด, วิ่งส่าย, รถแถไปด้านหนึ่ง เป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุด้วย อาจจะทำให้อายุของยางสั้นลง จึงต้องควักกระเป๋าก่อนถึงเวลาอันควรด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าพบว่าแรงดันลมไม่เท่ากันต้องตรวจเติมให้เรียบร้อย

ประการที่2
ที่ ต้องตรวจนั้นคือ ตรวจดูรอยหยดรั่วของน้ำและน้ำมันต่างๆใต้ท้องรถ ซึ่งก้มดูด้วยสายตาทำได้ง่ายๆครับ ถ้าพบว่ารั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรก จะต้องงดใช้งาน รีบปรึกษาช่าง และเมื่อตรวจพบว่าน้ำระบายความร้อนรั่วหยดให้หาที่มาของการรั่ว ถ้าเป็นข้อต่อก็ไขควงกวดอัดให้แน่น และถ้าพบรอยรั่วของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้ายก็อย่างนิ่งนอนใจ เมื่อมีเวลาจะต้องนำไปปรึกษาช่างเพื่อทำให้รอยรั่วนั้นๆหมดไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อกลไกดังกล่าวของรถยนต์นะครับ

คราวนี้มาดูห้องเครื่องกันบ้างครับคือเครื่องยนต์และอุปกรณ์ในห้องเครื่องยนต์

ประการที่3
คือ การดูแลน้ำระบายความร้อน วิธีดูก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยนะครับ เพียงตรวจโดยการเปิดฝาหม้อน้ำออก ถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม สำหรับรถบางคันนะครับ ลองสังเกตุดูว่าถ้ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำนะครับ ให้ดูระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน ถ้าน้ำยังอยู่ในระดับที่กำหนดก็ไม่ต้องเติม แต่ถ้าต่ำก็ให้เปิดฝาขวดเก็บน้ำสำรอง แล้วเติมน้ำสะอาดให้เต็มนะครับ เรื่องดูแลน้ำระบายความร้อนอย่าละเลย เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ของท่านเสื่อมสภาพเร็วได้นะครับ

ประการที่4
ดูแล ตรวจเติมระดับน้ำมันเครื่องนะครับ เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ วิธีตรวจระดับน้ำมันเครื่องก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแต่ดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดลงไปยังตำแหน่งของมันให้ สุดจากนั้น ดึงออกมาตรงๆในแนวดิ่ง ระดับน้ำมันจะสักเกตได้จากรอยคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ปลายเหล็กวัด น้ำมันจะต้องอยู่ระหว่างกลางขีดที่มีอักษร L (Low) และ F (Full) ถ้าต่ำจาก L ก็ให้เติมให้อยู่ในระดับเท่าเดิม และไม่ควรเติมจนเกินอักษร F เพราะจะทำให้ควันขาวจากน้ำมันเครื่องเข้ามาห้องเผาไหม้ และซคลเพลาข้อเหวี่ยงรั่วนะครับ ซึ่งก็ไม่เป็นผลดีต่อเครื่องยนต์เลย

ประการที่5
การ ตรวจเติมน้ำมันเบรกในกระบอกเก็บน้ำมันเบรกที่แม่ปั้มเบรก ถ้ามีระดับสูงก้ไม่ต้องเติมนะครับแต่พ้าพร่องต่ำกว่าขีดที่กำหนดให้เติมจน ได้ระดับที่ถูกต้อง การเติมน้ำมันเบรกมีข้อควรระวังก็คือ อย่าให้น้ำมันเบรกหกราดโดนสีรถจำทำให้สีเสียหาย และถ้าหก ห้ามเช็ดนะครับ ให้ใช้น้ำราดให้เจือจาง เพราะจะทำให้สีเสียหายเป็นแผลทางยาวไปตลอดแนวที่เช็ด สำหรับน้ำมันเบรกนั้น ถ้าพร่องมากๆทุกวัน จะต้องรีบนำรถไปปรึกษาช่างนะครับ "เพราะเบรกคือชีวิต" มีชีวิตของใครบ้างหรือครับ ก็ชีวิตของท่าน และผู้ที่โดยสารมากับท่านรวมถึงผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนกับท่านด้วย

ประการสุดท้าย
การ บำรุงรักษาประจำวัน คือกระบอกคลัตช์น้ำมันจะต้องมีการตรวจเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง กระบอกดังกล่าวอยู่ข้างๆกระบอกน้ำมันเบรกและน้ำมันที่เติมก็คือน้ำมันเบรก นั่นแหละ อย่าละเลยครับ เพราะถ้าน้ำมันหมดจะเข้าเกียร์ไม่ได้ นั่นคือรถวิ่งไม่ได้นั่นเอง


เพียงท่านเสียสละเวลาเพียง 15 นาทีต่อวัน รถก็จะอยูกับเรายาว....นาน อ่านต่อกดจ๊ะ......