วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เตรียมรถเที่ยวปีใหม่

การเตรียมรถก่อนออกเดินทาง

ใก้ลเวลาจะเดินทางท่องเที่ยว กันแล้วนะขอรับ เรามาเตรียมม้า ....เฮ้ยขอรับประทานรถยนต์ นะขอรับที่เราจะพาพวก พระเดชพระคุณท่านไปเที่ยวได้สะดวก โยธิน เรามาเริ่มต้นกันเลยนะขอรับ เริ่มที่เครื่องเครากันก่อน



1. เรามาดูเรื่องน้ำมันเครื่องนะขอรับ ว่าพระเดชพระคุณได้เปลี่ยนไปนานโขหรือยัง หรือยังอยู้ภายในเพลาที่กำหนด ถ้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์อายุประมาณ 10,000 กม.แล้วละก็ดูได้จากใบที่ ช่างเครื่องได้บอกไว้แต่ถ้าว่า ยังเหลืออีก 1,000 - 2,000 กม.ก็ยังมิต้องไปเปลี่ยนขอรับ เพราะว่าน้ำมันเครื่องบัดเดียวนี้สามารถที่จะใช้ได้ เลยอีกประมาI 5,000 กม.เพราะถ้าเปลี่ยนไปแล้วเกิดช่างที่ทำ ความรูยังด่อยหรือ สะเพร่า ดันใส่น๊อตใต้แคร็งน้ำมันเครื่องหลวม หรือลืมเปี่ยนแหวนรองละก็ต้องไปเสียกลาง ทางจะหมดสนุก กลับมาแล้วค่อยเปลี่ยนนะขอรับ

2. เสร็จจากน้ำมันเครื่องก็มาดู น้ำมันเกียร์กันขอรับ โดยปกติ น้ำมันนี้จะไม่พร่องลงจากขีดนะขอรับ แต่ถ้าพร่องแสดงว่ามันมีรู แน่นอนหรือรั่ว นะขอรับ ถ้าอย่าง นี้แล้วไซร้ จงรีบให้ช่างดำเนินการเป็นการด่วน ก่อนที่เกียร์จะลาลับกลับบ้าน หรือกรณีที่น้ำมันมีสีขาวขุ่นเหมือนนมละก็แสดงว่ามีน้ำได้เข้าไปประบนแล้วรีบไปเอาออกได้

3. ตอนนี้เรามาดูเรื่อง น้ำมันเบรกกัน พระเดชพระคุณ บางท่านไม่สทราบว่ามันอยู่ที่ใด มันจะอยู่ใก้ลๆกับเจ้าหม้อลมที่มีลักษณะ เป็นกล่องกลมแบนๆ อยู่ติดกับ ผนังห้องเครื่อง โดยทั่วไปน้ำมันจะมีสีใสนะขอรับ แต่ถ้ามันมีสีคล้ำ หรือดำต้องเปลี่ยนแล้วนะ เพราะว่ามันเริ่มจะหมดอายุไข อีกอย่างถ้ามันพร่องลงไปแสดงว่ามันรั่ว รีบหาช่าง อย่างช้าอยู่ใย เพราะพระเดชพระคุณอาจเกิด อุวบัติเหตุได้ แต่มดูขีดระดับด้วยขอรับ ว่าตอนเพลานั้น เครื่องร้อน หรือเย็น เพราะมีขีดบอก เพลาร้อน หรือเย็นอยู่ระดับใด

4. ส่วนต่อมาก็คือ น้ำมันพาวเวอร์มันเป็นลักษณะเป็น กระป๋องเล็กๆ สีดำๆ มีฝาเปิดคล้ายกับของหม้อน้ำนะขอรับ ให้หมุนมาดูว่ามันพร่องหรือมัน หรือตัวของมัน และท่อยางต่างๆ ใก้ลตัวมันมีน้ำมัน เยิ้มแฉะละก็ หาช่างโดยด่วน แต่ถ้าไม่มีแต่ว่าน้ำมันพร่องซึ่งมันมีขีด บอกร้อนเย็นเหมือนกันกับ น้ำมันเบรก วิธีเดียวกันเราขอรับ

5. ทีนี้มาดูเรื่องหม้อน้ำกัน นะขอรับว่าในหม้อน้ำใหญ่คือส่วนที่อยู่ด้สนหน้าสุด มีฝาเป็นเหล็กเขียนบอกว่าระวังห้ามเปิดตอนร้อน เพราะถ้าเปิดไปได้ไปเที่ยว เกาหลีกันแน่ ดูตอนที่เครื่องเย็นแล้วว่า มีน้ำหรือไม่ และให้ดูที่หม้อพักน้ำด้วย นะขอรับว่าพร่องหรือไม่เวลาเติมน้ำเข้าไปอย่างให้เกินขีด เต็มที่หม้อพักนะเพราะถ้าเติมจน เต็มประเภท เพื่อไว้ก่อนบางทีอาจจะทุกข์ก็ได้นะขอรับ

6. คราวนี้มาดูหม้อแบตเตอรี กันว่าน้ำกลั่นภายในพร่องหรือไม่ ถ้าพร่องเติมตามขีดระดับอย่างเกิน เดี๋ยวน้ำกลั่นมามีสภาวะเป็นกรด จะออกมากัดกร่อน ใต้ฝากระโปรงลาม ไปส่วนสีสวยงามหลุดได้นะขอรับ เมื่อเติมน้ำกั่นแล้วเอาน้ำสะอาดราดที่น้ำกลั่นเปื้อน เปรอะแล้วหาผ้าแห้งมาเช็ดให้แห้ง แล้วชดลมขั้วแบตด้วย จาระบี หรือน้ำมันอเนกประสงค์ ยี่ห้อใดก็ได้ แฮะ ๆ ไม่ได้ค่าโฆษณาจ้างก็ไม่บอก ยี่ห้อพระยะค่ะ

7.ส่วนต่อไปก็คือ น้ำฉีดกระจก มันเป็นกระปุกมีสายยางใสๆ สังเกตุว่าจากฝากระโปรงมันสายยางมันกลับมาส่วนไหนก็เติมซะให้เต็มที่ ตามใจพระเดชพระคุณ เลย แต่จะให้ดีแนะนำเอาน้ำยาเช็ดกระจก ผสมลงไปด้วยหรือ น้ำยาจ้างจานก็ได้ขอรับเพราะเดินทางกลางคืน แมลงกันเยอะน้ำ ธรรมดามันเอาไม่ใคร่ออก

8. ตอนนี้เรามาดูเจ้ายางกันด้วยนะขอรับ ถ้าสภาพย่ำแย ก็เปลี่ยนได้เลยแต่ถ้า พิศมัย ไฉไลก็มาดูการเติมลมยางกัน ก่อนอื่นรถยนต์ทั่วๆไป จะบอกสเปก การเติมลมยางกันไว้ที่เสา กลางตรงฅนขับนะขอรับ ที่ศัพท์เทคกะนิกเรียกกันว่า เสาพิล่าบี ดูด้วยว่าเติมกันกี่ปอนด์ ทีนี้เติมอย่างไร เอาเป็นว่าลงทุนซื้อที่วัดลมกันหน่อย นะขอรับ ราคาค่วงดก็ไม่กี่อัฐ กี่เฟื้อง คราวนี้ถ้าสเปกเขาบอก 32 เจอปั๊มก็เติมไปก่อนเลย 34 เพราะอะไร เพราะตอนนั้นเมือรถวิ่งความดันในยางมันร้อนนะวัดมาตราฐานไม่ได้ พอตอนเช้าจะออกเดินทางเอาที่วัดลมมาวัดก่อนรถวิ่ง ว่าได้เท่าใด ก็ปล่อยออกคราวนี้เราจะได้ลม ดัน ยาง ที่มาตราฐานแล้วขอรับ อีกอย่างอย่าลืมเติม ให้อีกเส้นที่อยู่ท้ายรถด้วยเจ้า เส้นนี้ใส่เลยขอรับ 35 - 40 ปอนด์ เพื่อได้เลย เทคกะนิก อีกนิดสอนดูเจ้ายางว่ามันผลิตเมื่อเพลาใด สังเกตุหาตัวอักษร ที่ยางมีตัว DOT แล้วตามด้วยตัวเลข 2408 ถ้าเจออย่างนี้แสดงว่า มันผลิตที่ สัปดาห์ที่ 28 ของปี ค.ศ.2008 นะขอรับ

9. เมื่อตรวจภายนอกแล้ว ทีนี้เรามาดูภายในว่า ไฟหรี ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟหน้า ไฟสูง ไฟตัดหมอกถ้ามี เพราะเพลานี้หน้าเหมันต์ แล้วหมอกบางจังหวัด ลงกันหนามาก ถ้ามีก็จะเป็นการดี ส่วนเคยมีฅนถามว่าจะรูได้อย่างไรว่าไฟถอยติดหรือไม่วิธีง่ายๆ หาเพื่อนมาดูให้ โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมา ถามตอบกันแล้ว วิธีคืออย่างนี้ขอรับ เปิดสวิทช์ไฟแต่ ไม่ต้องสตาร์ท แล้วเข้าเกียร์ถอย คราวนี้ก็ลงมาดูได้ว่าติดหรือไม่ สว่นไฟเบรก ทีนี้ต้องสังเกตุขอรับ ถอยหลังเข้าชิดกำแพง แล้ว เหยีบเบรก จากกระจกมองข้าง ซ้าย ขวา ว่าติดหรือไม่ อันนี้ไม่ต้องเปิดสวิทช์ ก็ได้ หรือกลัวไม่เด็ดขาด เอาไปเลยวิธียุคหินหาอะไรหนักๆมาทับ หรือไม้มาขัดไว้ก็ได้

เสร็จจาก เทกกะนิกแล้วคราวนี้เตรียมของติดรถอย่างลืม
1.แม่แรง พร้อมชุดไขล้อเตรียมให้พร้อม
2.ยางอะหลั่ย
3.สายพ่วงแบตเตอรี่ ไม่มีไปหาซื้อขอรับเอาแบบที่สามารถทนแรงดัน 500 amp นะขอรับ
4.สายลาก ถึงพระเดชพระคุณบอก รถฉันยังใหม่ก็ไม่เป็นไรขอรับ อาจจะได้บุญไปช่วยผู้อื่น
5.กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่าที่ทำความสะอาดแล้ว ยิ่งได้แบบที่เป็ย งวงยืดได้หดได้ จะดีมากหาซื้อได้ตามปั๊มน้ำมัน เอาไว้ฉุกเฉินน้ำมันหมด หรือน้ำหม้อ
น้ำแห้ง ยถ้าได้แบบที่มีไฟฉุกเฉินนะก็ เริดสะแมนแตน เพื่อรถเสียเอาวางไว้บนหลังคาสะดวกมาก ๆ
7.เสบียงกรัง ตัวใคร ตัวมัน อย่างนี้บอกกันไม่ได้ขอรับ อย่าลืมเบอร์โทร ฉุกเฉินต่างๆ พร้อมยาประจำตัว
สุดท้ายขอให้เที่ยวกัน อย่างมีความสุข นะขอรับ เอาเป็นว่าไปเที่ยวไหนกลับมาเล่าให้ฟังกับบ้างนะขอรับ เมาไม่ขับ ง่วงก็นอนนอนตรงมีเจ้าหน้าที่
นะหรือฅนเยอะๆ จะได้ปลอดภัย สุดท้ายขอให้พระเดชพระคุณทุกท่านจะประสพแต่ความสุข ความเจริญ ตลอด
ปี พ.ศ. 2553 ทุกๆท่านเลยนะขอรับ




ตะพุ่นเลี้ยงช้าง
อ่านต่อกดจ๊ะ......