วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

ตร.จราจรผวา-ไม่กล้าขี่จยย.ไทเกอร์

ตร.จราจรผวา-ไม่กล้าขี่จยย.ไทเกอร์
จอดเต็ม ลาน"สน." ดต.อีกคน แฉชนเจ็บ


จอดทิ้ง - ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ชี้ให้ดูรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ ที่ตร.แห่งชาติจัดซื้อให้ใช้ โดยส่วนใหญ่ต้องจอดทิ้งไว้ เพราะเสียหายแล้วไม่มีอะไหล่ และยิ่งกลัวกันหนัก เมื่อเกิดเหตุตร.ขี่รถชนจนไฟลุกท่วมย่างสด เมื่อวันที่ 19 ม.ค.

ด.ต.จราจร อีกนายเปิด ใจ เคยขี่จยย. "ไทเกอร์"รุ่นเจ้าปัญหา แล้วประสบอุบัติเหตุจนเลือดคั่งในสมอง สาเหตุเพราะเบรกไม่อยู่พุ่งชนรถปิกอัพจนสาหัส ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลแรมเดือน ขณะที่ตำรวจสมุทรปราการไม่กล้าขี่จยย.ไทเกอร์ปฏิบัติหน้าที่เพราะไม่มั่นใจ ในความปลอดภัย ทำให้จจย.ฉาวจอดเกลื่อนลานโรงพัก แฉอีกเวลารถเสียก็หาอะไหล่ซ่อมยากด้วย ตร.ส่งซากจยย. ไทเกอร์ให้ พฐ.พิสูจน์ให้ชัดว่าสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเพราะความบกพร่องของรถหรือเปล่า ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่ชี้โอกาสจยย.ชนแล้วไฟลุกท่วมน้อยมาก

จาก กรณีที่ ด.ต.สมชาย ธรรมนิยม เจ้าหน้า ที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองสมุทรปราการ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ ชนท้ายรถตู้จนเกิดไฟลุกไหม้ ทำให้ด.ต.สมชายไฟคลอกคารถจักรยานยนต์จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา สำหรับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ เป็นรถสายตรวจที่โดนสอบทุจริตจัดซื้อจัดจ้างอยู่ในขณะนี้ และมีการร้องเรียนว่ารถจักรยาน ยนต์รุ่นนี้มีข้อบกพร่องหลายประการ ตัวถังไฟเบอร์ไม่แข็งแรง โครงสร้างรถไม่ได้มาตร ฐานทั้งระบบเบรก ลูกสูบ และโช้กอัพ สตาร์ตติดยาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากผลชันสูตรศพนิติเวชชี้ว่าด.ต.สมชายเสียชีวิตจากสาเหตุ ไฟไหม้ เนื่องจากสภาพรถบกพร่อง ญาติมีสิทธิ์ฟ้องร้องผู้ผลิตได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ร.ต.อ. กัณตภณ ปิ่นทอง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า จากการชันสูตรของแพทย์ในเบื้องต้นพบว่า สาเหตุที่เสียชีวิตของด.ต.สมชาย เพราะมีรอยซกช้ำที่บริเวณศีรษะ และถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่เกิดไฟลุกไหม้ที่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวแล้ว และจะแจ้งผลให้ทางร้อยเวรได้ทราบอีกประมาณ 30 วัน และวันนี้ทางตัวแทนทางบริษัทที่ผลิตรถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ ได้โทร.มาสอบถามถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่ตนสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด รอผลพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานก่อนจึงจะแจ้งให้ทราบได้

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุสยดสยองครั้งนี้ขึ้นแล้ว ส่วนที่สภ.เมืองสมุทรปราการ บรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ใช้จักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ ซึ่งมีประมาณ 50 คัน ต่างยื่นความประสงค์จะไม่เบิกรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ไปใช้ปฏิบัติหน้าที่อีก เพราะกลัวว่าจะประสบอุบัติเหตุเช่นเดียวกับด.ต.สมชาย ทำให้บริเวณลานจอดรถของสภ.เมืองสมุทรปราการ มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์จอดอยู่ โดยรถส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเก่า และมีหลายคันที่ใช้การไม่ได้

วันเดียวกัน ด.ต.อำพัน สาริวัน อายุ 40 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทร ปรา การ ผู้ที่เคยใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อไทเกอร์ แล้วประสบอุบัติเหตุเมื่อประมาณปี"50 กล่าวว่า ในขณะที่ตนขับขี่ยี่ห้อไทเกอร์ไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย ได้มีรถปิกอัพขับมาตัดหน้าจนทำให้ตนเสียหลักเบรกไม่อยู่พุ่งเข้าชนจนได้รับ บาดเจ็บอาการสาหัส มีเลือดคั่งในสมอง และได้กระแทกกับไฟเบอร์ที่หุ้มถังน้ำมันจนลูกอันฑะฉีกขาด ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจนานกว่า 1 เดือน สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ หาอะไหล่ยากมาก ตอนนี้ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ นำรถจักรยานยนต์ไท เกอร์มาจอดไว้ในโรงพัก ไม่มีใครเบิกไปใช้งานเลย เนื่องจากเมื่อเสียแล้วต้องรออะไหล่นาน

ด้านกูรูยานยนต์ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ให้ความเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า โอกาสที่รถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุแล้วจะเกิดไฟลุกขึ้นนั้นมีสูงถึง 50% เลยทีเดียว เพราะเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ล้มลง ไถลไปกับพื้นถนน อุปกรณ์ที่เป็นเหล็กจะครูดพื้นทำให้เกิดประกายไฟ ประกอบกับหากฝาถังน้ำมันปิดไม่สนิท ไม่ว่าจะเพราะประมาท หรืออุปกรณ์ชำรุด ทำให้น้ำมันหกออกมาได้ ไฟก็จะลุกติดได้ในทันที

"คือหากน้ำมันหกออกมา ด้านนอกได้ แล้วเจอกับประกายไฟ โอกาสที่ไฟลุกเป็นไปได้สูง แต่ถ้าไม่มีน้ำมันหกออกมา ความเป็นไปได้ที่ไฟจะลุกไม่มีเลย ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบให้ดี ว่าฝาถังน้ำมันปิดสนิทหรือไม่" นายพัฒนเดชกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเข้าไปยังผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ พบว่า ทุกค่ายให้ความเห็นตรงกันว่า หากรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โอกาสที่จะเกิดไฟลุกขึ้นมีไม่มาก ยกเว้นแต่ว่ามีสภาพไม่อยู่ในเกณฑ์มาตร ฐาน นอกจากนี้ รถมอเตอร์ไซค์ที่ขายในประเทศไทยทุกคัน ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน และควบคุมคุณภาพให้ได้ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ซึ่งวันนี้ถือได้ว่าสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ขณะที่ผู้ประกอบการ ยังให้ความเห็นว่า ปกติแล้วอุบัติเหตุของรถมอเตอร์ไซค์ในแต่ละวันมีจำนวนมาก เพราะจำนวนที่มีมากกับลักษณะของรถที่มีความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่เคยมีความรุนแรงถึงขนาดที่ว่าเกิดไฟลุกท่วมเลย เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

ขอบคุณข่าวสด
http://www.khaosod.co.th
/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNekl3TURFMU13PT0=§ionid=TURNd01RPT0=&
day=TWpBeE1DMHdNUzB5TUE9PQ==

อ่านต่อกดจ๊ะ......

ตร.จราจรปากน้ำขี่จักรยานยนต์ชนท้ายรถตู้ ไฟคลอกดับ

สมุทรปราการ-ตำรวจจราจรปากน้ำขี่จักรยานยนต์ชนท้ายรถตู้ ไฟลุกท่วมคลอกตัวเองดับกลางสามแยก




เมื่อ เวลา 11.30 น.วันที่ 18 ม.ค.53 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้ไฟลุกท่วม มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตำรวจจราจร สภ.เมืองสมุทรปราการ ที่บริเวณสามแยกโค้งเกริก ถนนสุขุมวิทขาเข้านครบาล ใกล้พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ



ในที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ หลวง ตราโล่ ยี่ห้อ ไทเกอร์ สีน้ำตาล ทะเบียนตราโล่ 00371 โดยมีเปลวไฟลุกท่วมล้มคว่ำอยู่กลางถนนโดยมีร่างของ ดาบตำรวจ สมชาย ธรรมนิยม อายุ 53 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองสมุทรปราการ ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกองเพลิงเนื่องจากตัวเองถูกรถจักรยานยนต์ที่ไฟลุกท่วม ทับขาอยู่



ชาวบ้านและหน่วยกู้ชีพได้ช่วยกันนำสารเคมีดับ เพลิงมาช่วยกันดับไฟ ใช้เวลานานกว่า 10 นาทีจึงสามารถดับเพลิงเอาไว้ได้ปรากฏว่า ดาบตำรวจสมชาย ได้ถูกไฟคลอกตามร่างกายและใบหน้าจนเสียชีวิตก่อนแล้ว ห่างกันเล็กน้อยได้พบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮต-9783 กทม. ของบริษัท มินเทค อินเตอร์ไพรส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬา ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จอดอยู่กลางถนนในสภาพด้านท้ายยุบมีร่องรอยถูกไปไฟไหม้เล็กน้อยกระจกหลังแตก กระจาย



จากการสอบสวนนาย มณเทียร มั่นคงดี อายุ 50 ปี โชว์เฟอร์รถตู้ที่เกิดเหตุได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถพาเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีออกจากบริษัทเพื่อที่จะเดิน ทางไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารกรุงเทพ ในย่านสำโรงเหนือ โดยขับมาตามถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าเข้าเขตสำโรงเหนือ พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสามแยกไฟแดง ซึ่งในขณะนั้นเป็นไฟเขียวอยู่ตนจึงได้ลดความเร็วลง แต่พอมาใกล้ถึงทางแยก รถยนต์กระบะที่อยู่คันหน้าตนได้เกิดเลี้ยวกลับรถตรงสายแยกไฟแดง ตนจึงได้ชะลอความเร็วลงและได้ยินเสียงมีอะไรมาชนท้ายรถของตนเสียงดังสนั่น ตนจึงได้จอดรถลงมาดูได้พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ตำรวจจราจร โดยมีร่างของตำรวจที่อยู่ในเครื่องแบบนอนติดอยู่กับรถอยู่ ๆ ได้เกิดไฟลุกท่วมรถจักรยานยนต์ดัวยความตกใจตนจึงรีบวิ่งกลับขึ้นรถและขยับรถ ของตัวเองออกห่าง และลงมาร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยมาดับไฟ แต่ก็ไม่ทันเพราะกว่าจะดับไฟได้ตำรวจคนดังกล่าวได้ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตก่อน แล้ว



-ขณะเดียวกันทางด้าน ดาบตำรวจ ธานินทร์ ทองศิริ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้นั่งประจำการณ์อยู่ที่ตู้ยามโค้งเกริก ที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ ได้เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ตนกำลังนั่งควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่ในตู้ ได้พบเห็นรถยนต์ตู้คันดังกล่าววิ่งมาจากตัวเมืองปากน้ำ มุ่งหน้าไปทางสำโรงเหนือ โดยใช้ความเร็วประมาณ 8-100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง โดยที่มีรถจักรยานยนต์ของดาบตำรวจ สมชาย ธรรมนิยมที่ขับขี่ตามหลังมาอย่างรวดเร็ว พอมาถึงที่เกิดเหตุ รถตู้ได้ชะลอความเร็ว เนื่องจากด้านหน้าที่รถเลี้ยวตัดหน้า ทำให้ดาบตำรวจ สมชาย ที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังพุ่งชนด้านท้ายอยู่แรงเสียงดังสนั่น และเกิดไฟลุกท่วมแต่รถจักรยานยนต์ได้ทับร่างของดาบตำรวจ สมชาย อยู่จึงไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตแม้ว่าตนและชาวบ้านจะ พยายามช่วยกันใช้ถังเคมีมาดับไฟแต่ก็ไม่ทัน ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ดาบตำรวจ สมชาย เป็นตำรวจน้ำดี มีมนุษย์สัมพันธุ์ที่ดี จนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนตำรวจด้วยกันและชาวบ้าน ด้าน นาง บุญมี ธรรมนิยม อายุ 47 ปี ภรรยาดาบตำรวจ สมชาย หลังทราบข่าวได้เดินทาวมาดูศพสามีที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ หลังภาพศพของสามีถึงกับร้องไห้โฮเป็นลมล้มพับไปหลายตลบเจ้าหน้าที่พยาบาล ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้น



ด้าน พันตำรวจเอก ณฐพล แสวงกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ได้กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจเป็นอย่างมาก ต้องมาจากไปทั้ง ๆ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ เมืองสมุทรปราการ รับเป็นเจ้าภาพในการจัดการเรื่องงานสวดพระอภิธรรมศพ และฌาปนกิจให้ และจะให้การช่วยเหลือครอบครัวของดาบตำรวจสมชาย ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดเอาไว้


ขอบคุณ
http://www.krobkruakao.com/kkn/?a=news&s=detail&news_id=14629
อ่านต่อกดจ๊ะ......

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

นิสสัน Global Compact รถ ECO car จากนิสสัน พร้อมขายในไทยที่แรกในโลก

นิสสัน เปิดห้องพิมานเมฆ โรงแรมโฟร์ซีซั่น แถลงข่าว Nissan Global Compact Car ที่จะขายในไทยเป็นที่แรกในโลก พร้อมเปิดเผย 2 ภาพร่างของ Nissan Global Compact Car พร้อมกำหนดขาย มีนาคม 2010 โดยชื่ออย่างเป็นทางการยังไม่ได้กำหนดแต่คาดว่าน่าจะเป็น นิสสัน มาร์ช หรือ นิสสัน micra


nissan global compact car sketch 01


Nissan Global Compact Car จะใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาดไม่เกิน 1300 ซีซี หรือ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาดไม่เกิน 1400 ซีซี มาตรฐานไอเสียยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 200 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นิสสันคาดว่าต้องทำได้ 5 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่วนราคาขายนั้น ทางนิสสันจะพยายามลดต้นทุนให้อยู่ในระดับ 3.5 แสนบาท


nissan global compact car sketch 02


นิสสันกล่าวว่า Nissan Global Compact Car จะถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ขอย้ำว่าประเทศไทย ในเดือนมีนาคม 2010 นับเป็นข่าวดีทางนิสสันมองเห็นกำลังซื้อรถ ECO car ในไทย ก่อนที่ Nissan Global Compact Car จะออกจำหน่ายใน 150 ประเทศทั่วโลก

ทาง นิสสัน ญี่ปุ่น ไม่ได้ยืนยันว่าสหรัฐอมเริกาจะเป็นหนึ่งในบรรดา 150 ประเทศที่จะได้สัมผัสกับ Nissan Global Compact Car แต่หากต้องการแข่งขันกับ ฮอนด้า Fit และ Toyota Yaris เพื่อร่วมครองตลาดรถ ECO car แล้วนั่นเป็นสิ่งที่นิสสันต้องทำ
อ่านต่อกดจ๊ะ......

Suzuki เปิดตัว New Suzuki Swift คอมแพ็คคาร์ที่ล้ำสไตล์ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ที่งาน Motor Expo 2009

บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด “ซูซูกิ สวิฟท์” คอมแพ็คคาร์ที่มาในรูปลักษณ์ล้ำสไตล์ แบบ Cubical Design ฉีกรูปแบบของทุกยานยนต์ที่เคยมีมา





โดยด้านสมรรถนะ ซูซูกิได้ออกแบบเครื่องยนต์ M15A แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เอกสิทธิ์เฉพาะ New Suzuki Swift ซึ่งมีขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 133 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยี Variable Valve Timing (VVT) ให้กำลังและแรงบิดสูงทุกอัตราเร่ง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว พร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่งด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 11.7 วินาที ผู้ขับขี่จึงสามารถเร่งแซงได้รวดเร็วทันใจ ให้อิสระภาพการขับขี่และความตื่นเต้นสนุกสนานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขับรถในเมือง

นอกจากนี้ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.7 เมตร ทำให้ New Suzuki Swift มีความปราดเปรียวและมีความคล่องตัวสูง ในทุกๆ เส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าถนนจะกว้างหรือแคบ จะเป็นตรอกซอกซอย หรือในอาคารที่มีพื้นที่จำกัด ผู้ขับขี่ก็สามารถขับสนุกสุดเหวี่ยงได้ในสไตล์สวิฟท์ และเมื่อผสานกับ Torsion-Beam Rear Suspension ของ New Suzuki Swift ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงความสมดุลอย่างลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความรู้สึกสบายขณะขับขี่

ภายในห้องโดยสารให้มีสไตล์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกเร้าใจทุกครั้งที่ได้สัมผัส พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัย ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย หรือละสายตาจากทัศนวิสัยเบื้องหน้า

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอล ทันสมัย สะดวกสบาย เหนือความคาดหมายของใครๆ ชุดอุปกรณ์เครื่องเสียง ประกอบด้วยวิทยุและเครื่องเล่นซีดี ออกแบบได้อย่างลงตัว ไร้รอยต่อ กลมกลืนกับดีไซน์ของตัวรถ และยังมีระบบ Keyless Start ระบบกรองอากาศ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย

ซู ซูกิยังมอบการขับขี่ที่สนุก ควบคู่ไปกับความมั่นใจในการขับขี่ โดยเสริมความปลอดภัยด้วยคานกันกระแทกด้านข้าง ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS) ทั้ง 4 ล้อ และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมระบบช่วยเบรก ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการหยุดรถอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า (SRS) และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ช่วยป้องกันการโจรกรรม

และที่สำคัญ ซูซูกิยังมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทางไปกับ New Suzuki Swift ด้วยบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง (24 Hours Road Side Assistance) และบริการสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย (จากหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐาน โทร. 1800-600-900, จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โทร. 1401-600-900)
อ่านต่อกดจ๊ะ......

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เตรียมรถเที่ยวปีใหม่

การเตรียมรถก่อนออกเดินทาง

ใก้ลเวลาจะเดินทางท่องเที่ยว กันแล้วนะขอรับ เรามาเตรียมม้า ....เฮ้ยขอรับประทานรถยนต์ นะขอรับที่เราจะพาพวก พระเดชพระคุณท่านไปเที่ยวได้สะดวก โยธิน เรามาเริ่มต้นกันเลยนะขอรับ เริ่มที่เครื่องเครากันก่อน



1. เรามาดูเรื่องน้ำมันเครื่องนะขอรับ ว่าพระเดชพระคุณได้เปลี่ยนไปนานโขหรือยัง หรือยังอยู้ภายในเพลาที่กำหนด ถ้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์อายุประมาณ 10,000 กม.แล้วละก็ดูได้จากใบที่ ช่างเครื่องได้บอกไว้แต่ถ้าว่า ยังเหลืออีก 1,000 - 2,000 กม.ก็ยังมิต้องไปเปลี่ยนขอรับ เพราะว่าน้ำมันเครื่องบัดเดียวนี้สามารถที่จะใช้ได้ เลยอีกประมาI 5,000 กม.เพราะถ้าเปลี่ยนไปแล้วเกิดช่างที่ทำ ความรูยังด่อยหรือ สะเพร่า ดันใส่น๊อตใต้แคร็งน้ำมันเครื่องหลวม หรือลืมเปี่ยนแหวนรองละก็ต้องไปเสียกลาง ทางจะหมดสนุก กลับมาแล้วค่อยเปลี่ยนนะขอรับ

2. เสร็จจากน้ำมันเครื่องก็มาดู น้ำมันเกียร์กันขอรับ โดยปกติ น้ำมันนี้จะไม่พร่องลงจากขีดนะขอรับ แต่ถ้าพร่องแสดงว่ามันมีรู แน่นอนหรือรั่ว นะขอรับ ถ้าอย่าง นี้แล้วไซร้ จงรีบให้ช่างดำเนินการเป็นการด่วน ก่อนที่เกียร์จะลาลับกลับบ้าน หรือกรณีที่น้ำมันมีสีขาวขุ่นเหมือนนมละก็แสดงว่ามีน้ำได้เข้าไปประบนแล้วรีบไปเอาออกได้

3. ตอนนี้เรามาดูเรื่อง น้ำมันเบรกกัน พระเดชพระคุณ บางท่านไม่สทราบว่ามันอยู่ที่ใด มันจะอยู่ใก้ลๆกับเจ้าหม้อลมที่มีลักษณะ เป็นกล่องกลมแบนๆ อยู่ติดกับ ผนังห้องเครื่อง โดยทั่วไปน้ำมันจะมีสีใสนะขอรับ แต่ถ้ามันมีสีคล้ำ หรือดำต้องเปลี่ยนแล้วนะ เพราะว่ามันเริ่มจะหมดอายุไข อีกอย่างถ้ามันพร่องลงไปแสดงว่ามันรั่ว รีบหาช่าง อย่างช้าอยู่ใย เพราะพระเดชพระคุณอาจเกิด อุวบัติเหตุได้ แต่มดูขีดระดับด้วยขอรับ ว่าตอนเพลานั้น เครื่องร้อน หรือเย็น เพราะมีขีดบอก เพลาร้อน หรือเย็นอยู่ระดับใด

4. ส่วนต่อมาก็คือ น้ำมันพาวเวอร์มันเป็นลักษณะเป็น กระป๋องเล็กๆ สีดำๆ มีฝาเปิดคล้ายกับของหม้อน้ำนะขอรับ ให้หมุนมาดูว่ามันพร่องหรือมัน หรือตัวของมัน และท่อยางต่างๆ ใก้ลตัวมันมีน้ำมัน เยิ้มแฉะละก็ หาช่างโดยด่วน แต่ถ้าไม่มีแต่ว่าน้ำมันพร่องซึ่งมันมีขีด บอกร้อนเย็นเหมือนกันกับ น้ำมันเบรก วิธีเดียวกันเราขอรับ

5. ทีนี้มาดูเรื่องหม้อน้ำกัน นะขอรับว่าในหม้อน้ำใหญ่คือส่วนที่อยู่ด้สนหน้าสุด มีฝาเป็นเหล็กเขียนบอกว่าระวังห้ามเปิดตอนร้อน เพราะถ้าเปิดไปได้ไปเที่ยว เกาหลีกันแน่ ดูตอนที่เครื่องเย็นแล้วว่า มีน้ำหรือไม่ และให้ดูที่หม้อพักน้ำด้วย นะขอรับว่าพร่องหรือไม่เวลาเติมน้ำเข้าไปอย่างให้เกินขีด เต็มที่หม้อพักนะเพราะถ้าเติมจน เต็มประเภท เพื่อไว้ก่อนบางทีอาจจะทุกข์ก็ได้นะขอรับ

6. คราวนี้มาดูหม้อแบตเตอรี กันว่าน้ำกลั่นภายในพร่องหรือไม่ ถ้าพร่องเติมตามขีดระดับอย่างเกิน เดี๋ยวน้ำกลั่นมามีสภาวะเป็นกรด จะออกมากัดกร่อน ใต้ฝากระโปรงลาม ไปส่วนสีสวยงามหลุดได้นะขอรับ เมื่อเติมน้ำกั่นแล้วเอาน้ำสะอาดราดที่น้ำกลั่นเปื้อน เปรอะแล้วหาผ้าแห้งมาเช็ดให้แห้ง แล้วชดลมขั้วแบตด้วย จาระบี หรือน้ำมันอเนกประสงค์ ยี่ห้อใดก็ได้ แฮะ ๆ ไม่ได้ค่าโฆษณาจ้างก็ไม่บอก ยี่ห้อพระยะค่ะ

7.ส่วนต่อไปก็คือ น้ำฉีดกระจก มันเป็นกระปุกมีสายยางใสๆ สังเกตุว่าจากฝากระโปรงมันสายยางมันกลับมาส่วนไหนก็เติมซะให้เต็มที่ ตามใจพระเดชพระคุณ เลย แต่จะให้ดีแนะนำเอาน้ำยาเช็ดกระจก ผสมลงไปด้วยหรือ น้ำยาจ้างจานก็ได้ขอรับเพราะเดินทางกลางคืน แมลงกันเยอะน้ำ ธรรมดามันเอาไม่ใคร่ออก

8. ตอนนี้เรามาดูเจ้ายางกันด้วยนะขอรับ ถ้าสภาพย่ำแย ก็เปลี่ยนได้เลยแต่ถ้า พิศมัย ไฉไลก็มาดูการเติมลมยางกัน ก่อนอื่นรถยนต์ทั่วๆไป จะบอกสเปก การเติมลมยางกันไว้ที่เสา กลางตรงฅนขับนะขอรับ ที่ศัพท์เทคกะนิกเรียกกันว่า เสาพิล่าบี ดูด้วยว่าเติมกันกี่ปอนด์ ทีนี้เติมอย่างไร เอาเป็นว่าลงทุนซื้อที่วัดลมกันหน่อย นะขอรับ ราคาค่วงดก็ไม่กี่อัฐ กี่เฟื้อง คราวนี้ถ้าสเปกเขาบอก 32 เจอปั๊มก็เติมไปก่อนเลย 34 เพราะอะไร เพราะตอนนั้นเมือรถวิ่งความดันในยางมันร้อนนะวัดมาตราฐานไม่ได้ พอตอนเช้าจะออกเดินทางเอาที่วัดลมมาวัดก่อนรถวิ่ง ว่าได้เท่าใด ก็ปล่อยออกคราวนี้เราจะได้ลม ดัน ยาง ที่มาตราฐานแล้วขอรับ อีกอย่างอย่าลืมเติม ให้อีกเส้นที่อยู่ท้ายรถด้วยเจ้า เส้นนี้ใส่เลยขอรับ 35 - 40 ปอนด์ เพื่อได้เลย เทคกะนิก อีกนิดสอนดูเจ้ายางว่ามันผลิตเมื่อเพลาใด สังเกตุหาตัวอักษร ที่ยางมีตัว DOT แล้วตามด้วยตัวเลข 2408 ถ้าเจออย่างนี้แสดงว่า มันผลิตที่ สัปดาห์ที่ 28 ของปี ค.ศ.2008 นะขอรับ

9. เมื่อตรวจภายนอกแล้ว ทีนี้เรามาดูภายในว่า ไฟหรี ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟหน้า ไฟสูง ไฟตัดหมอกถ้ามี เพราะเพลานี้หน้าเหมันต์ แล้วหมอกบางจังหวัด ลงกันหนามาก ถ้ามีก็จะเป็นการดี ส่วนเคยมีฅนถามว่าจะรูได้อย่างไรว่าไฟถอยติดหรือไม่วิธีง่ายๆ หาเพื่อนมาดูให้ โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมา ถามตอบกันแล้ว วิธีคืออย่างนี้ขอรับ เปิดสวิทช์ไฟแต่ ไม่ต้องสตาร์ท แล้วเข้าเกียร์ถอย คราวนี้ก็ลงมาดูได้ว่าติดหรือไม่ สว่นไฟเบรก ทีนี้ต้องสังเกตุขอรับ ถอยหลังเข้าชิดกำแพง แล้ว เหยีบเบรก จากกระจกมองข้าง ซ้าย ขวา ว่าติดหรือไม่ อันนี้ไม่ต้องเปิดสวิทช์ ก็ได้ หรือกลัวไม่เด็ดขาด เอาไปเลยวิธียุคหินหาอะไรหนักๆมาทับ หรือไม้มาขัดไว้ก็ได้

เสร็จจาก เทกกะนิกแล้วคราวนี้เตรียมของติดรถอย่างลืม
1.แม่แรง พร้อมชุดไขล้อเตรียมให้พร้อม
2.ยางอะหลั่ย
3.สายพ่วงแบตเตอรี่ ไม่มีไปหาซื้อขอรับเอาแบบที่สามารถทนแรงดัน 500 amp นะขอรับ
4.สายลาก ถึงพระเดชพระคุณบอก รถฉันยังใหม่ก็ไม่เป็นไรขอรับ อาจจะได้บุญไปช่วยผู้อื่น
5.กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่าที่ทำความสะอาดแล้ว ยิ่งได้แบบที่เป็ย งวงยืดได้หดได้ จะดีมากหาซื้อได้ตามปั๊มน้ำมัน เอาไว้ฉุกเฉินน้ำมันหมด หรือน้ำหม้อ
น้ำแห้ง ยถ้าได้แบบที่มีไฟฉุกเฉินนะก็ เริดสะแมนแตน เพื่อรถเสียเอาวางไว้บนหลังคาสะดวกมาก ๆ
7.เสบียงกรัง ตัวใคร ตัวมัน อย่างนี้บอกกันไม่ได้ขอรับ อย่าลืมเบอร์โทร ฉุกเฉินต่างๆ พร้อมยาประจำตัว
สุดท้ายขอให้เที่ยวกัน อย่างมีความสุข นะขอรับ เอาเป็นว่าไปเที่ยวไหนกลับมาเล่าให้ฟังกับบ้างนะขอรับ เมาไม่ขับ ง่วงก็นอนนอนตรงมีเจ้าหน้าที่
นะหรือฅนเยอะๆ จะได้ปลอดภัย สุดท้ายขอให้พระเดชพระคุณทุกท่านจะประสพแต่ความสุข ความเจริญ ตลอด
ปี พ.ศ. 2553 ทุกๆท่านเลยนะขอรับ




ตะพุ่นเลี้ยงช้าง
อ่านต่อกดจ๊ะ......